อาหารสายยางจะต้องทำความสะอาดทุกครั้งและวิธีการทำความสะอาดการทำความสะอาดอุปกรณ์ให้อาหารทางสายยางถือเป็น "หัวใจสำคัญ" ในการป้องกันโรคท้องร่วงและการติดเชื้อในกระแสเลือดครับ เนื่องจากคราบอาหารที่ตกค้างเพียงเล็กน้อยก็เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อแบคทีเรียได้อย่างรวดเร็ว
แนวทางปฏิบัติที่คุณต้องทำ "ทุกครั้ง" หลังใช้งานครับ
1. อุปกรณ์ที่ต้องทำความสะอาด
กระบอกฉีดยา (Syringe) สำหรับให้อาหาร
แก้วหรือภาชนะใส่อาหารปั่น
ข้อต่อหรือจุกปิดสายยาง (ที่ตัวผู้ป่วย)
2. ขั้นตอนการทำความสะอาดอุปกรณ์ (หลังใช้งาน)
แยกส่วนประกอบ: ถอดลูกสูบ (Plunger) ออกจากตัวกระบอกฉีดยา
ล้างด้วยน้ำเปล่า: ล้างคราบอาหารที่ติดอยู่ภายนอกและภายในออกให้หมดด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังใช้ (ห้ามปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง เพราะจะล้างยากและเป็นแหล่งสะสมเชื้อ)
ใช้น้ำยาล้างจาน: ใช้น้ำยาล้างจานผสมน้ำเช็ดล้างให้สะอาด (หากใช้แปรงล้างขวดขนาดเล็กขัดเบาๆ ภายในกระบอกจะช่วยให้สะอาดขึ้น)
ล้างน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง: ล้างจนมั่นใจว่าไม่มีฟองและกลิ่นน้ำยาล้างจานตกค้าง
ผึ่งให้แห้ง: วางคว่ำอุปกรณ์ไว้ในตะแกรงที่สะอาด ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ห้ามใช้ผ้าเช็ดภายในอุปกรณ์เพราะอาจทิ้งขนผ้าหรือนำเชื้อโรคกลับเข้าไปใหม่
3. การทำความสะอาดสายยาง (ที่ตัวผู้ป่วย)
หลังให้อาหาร/ยา: ต้องดูดน้ำสะอาดประมาณ 30–50 ซีซี เพื่อ ล้างสาย (Flush) จนเห็นว่าสายใส ไม่มีคราบอาหารเกาะอยู่ในสายยาง
เช็ดปลายสาย: ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% หรือน้ำต้มสุก เช็ดทำความสะอาดจุกปิดและบริเวณปลายสายยางให้สะอาดก่อนปิดจุกทุกครั้ง
4. ข้อควรระวังและการเก็บรักษา
ห้ามลวกน้ำเดือด: กระบอกฉีดยาส่วนใหญ่ทำจากพลาสติก การลวกน้ำเดือดจัดจะทำให้ลูกสูบยางเสื่อมสภาพเร็วและบวมจนใช้งานไม่ได้ (หากต้องการฆ่าเชื้อ ให้ใช้น้ำอุ่นพอประมาณก็เพียงพอ)
ภาชนะเก็บ: เมื่ออุปกรณ์แห้งสนิทแล้ว ให้เก็บในกล่องที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นและแมลง
ระยะเวลาการเปลี่ยน:
กระบอกฉีดยา: ควรเปลี่ยนใหม่ทุก 7 วัน หรือเมื่อลูกสูบเริ่มฝืด/ยางบวม
สายยาง (ทางจมูก): โดยทั่วไปควรไปพบแพทย์เพื่อเปลี่ยนทุก 1 เดือน (ขึ้นอยู่กับชนิดของสาย)
💡 เคล็ดลับเพิ่มเติม
หากมีคราบไขมันจากน้ำมันหรือเนื้อสัตว์ล้างออกยาก ให้ใช้น้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจานจะช่วยขจัดคราบได้ดีกว่าน้ำอุณหภูมิห้องครับ