ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อควรระวังของการปรุงอาหารสายยาง  (อ่าน 20 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 646
    • ดูรายละเอียด
ข้อควรระวังของการปรุงอาหารสายยาง
« เมื่อ: วันที่ 11 มกราคม 2026, 11:38:55 น. »
ข้อควรระวังของการปรุงอาหารสายยาง

การปรุงอาหารสำหรับสายยางเองที่บ้าน (Blenderized Diet) ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและทำให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารจากธรรมชาติ แต่มีความเสี่ยงสูงเรื่อง "ความสะอาด" และ "ความหนืด" ครับ

ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดเพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อและสายยางอุดตันครับ:

1. ความสะอาดและความปลอดภัย (Hygiene First)
ผู้ป่วยที่ต้องให้ทางสายยางมักมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าปกติ การปนเปื้อนเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ท้องเสียรุนแรง หรือติดเชื้อในกระแสเลือดได้

ปรุงสุก 100%: วัตถุดิบทุกอย่าง (เนื้อสัตว์, ผัก, ไข่) ต้องต้มหรือนึ่งให้สุกทั่วถึง ห้ามใช้ไข่ลวกหรือผักสด โดยเด็ดขาด

ล้างอุปกรณ์ด้วยน้ำเดือด: เครื่องปั่น, ผ้าขาวม้ากรองอาหาร, ภาชนะบรรจุ และไซริงค์ (Syringe) ต้องล้างให้สะอาดและลวกน้ำร้อนทุกครั้งก่อนใช้งาน

ล้างมือ: ผู้เตรียมอาหารต้องล้างมือให้สะอาดตามหลักอนามัย และควรสวมหน้ากากอนามัยหากมีอาการไอหรือจาม


2. เนื้อสัมผัสและความละเอียด (Consistency)
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ "สายยางอุดตัน" ซึ่งทำให้ผู้ป่วยต้องเจ็บตัวไปเปลี่ยนสายใหม่ที่โรงพยาบาล

ปั่นให้ละเอียดที่สุด: ควรปั่นให้นานพอจนเนื้ออาหารเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน

ต้องกรองทุกครั้ง: หลังจากปั่นเสร็จ "ต้องกรองด้วยตะแกรงตาถี่หรือผ้าขาวม้า" เพื่อเอาเศษกากผักหรือเศษกระดูกชิ้นเล็กๆ ออกให้หมด

ความหนืดที่เหมาะสม: อาหารต้องไม่ข้นจนเกินไป ทดสอบโดยการลองใช้ไซริงค์ดูดแล้วปล่อยให้อาหารไหลตามแรงโน้มถ่วง หากไหลไม่ได้เลยแสดงว่าข้นไป ให้เติมน้ำต้มสุกเพิ่ม


3. การเก็บรักษา (Storage)
ทำสดใหม่ดีที่สุด: หากเป็นไปได้ควรทำมื้อต่อมื้อ

การแช่เย็น: หากจำเป็นต้องทำล่วงหน้า ให้แบ่งใส่ภาชนะที่ปิดมิดชิดตามจำนวนมื้อ และเก็บในตู้เย็น (ช่องธรรมดา) ไม่ควรเก็บเกิน 24 ชั่วโมง

อุ่นอาหารให้ถูกวิธี: ก่อนนำมาให้ผู้ป่วย ต้องอุ่นให้ร้อนเพื่อฆ่าเชื้ออีกครั้ง แล้วรอให้อุณหภูมิ "อุ่นพอดี" (ประมาณอุณหภูมิร่างกาย) ห้ามให้ขณะร้อนจัดเพราะจะลวกทางเดินอาหาร


4. สัดส่วนสารอาหาร (Nutritional Balance)
อย่าใช้แต่น้ำซุป: น้ำซุปอย่างเดียวให้พลังงานน้อยมาก ต้องมีส่วนประกอบของ แป้ง (ข้าว/ฟักทอง), โปรตีน (อกไก่/ไข่ขาว/ปลา), ไขมันดี (น้ำมันรำข้าว) และผัก ในสัดส่วนที่นักกำหนดอาหารแนะนำ

ระวังน้ำตาลและเกลือ: ไม่ควรปรุงรสด้วยน้ำตาลหรือน้ำปลาเยอะเกินไป โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต หรือโรคหัวใจ


5. อาการผิดปกติที่ต้องสังเกตหลังกิน
หากปรุงอาหารเองแล้วผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ อาจเกิดจากสูตรอาหารหรือความไม่สะอาด:

ท้องเสีย/ถ่ายเหลว: อาจเกิดจากอาหารบูด ปนเปื้อน หรือสูตรอาหารมีความเข้มข้น (Osmolality) สูงเกินไป

ท้องอืด/อาหารไม่ย่อย: สังเกตได้จากการดูดค้าง (Residual) ในกระเพาะก่อนมื้อถัดไป หากเหลือเยอะแสดงว่าอาหารย่อยยากเกินไป

คลื่นไส้/อาเจียน: อาจเกิดจากความเร็วในการให้หรือความหนืดของอาหาร


💡 คำแนะนำเพิ่มเติม

หากคุณเริ่มทำอาหารปั่นเองครั้งแรก ผมแนะนำให้ จดบันทึกส่วนประกอบ ไว้ครับ เพื่อที่เวลาไปพบหมอหรือนักกำหนดอาหาร ท่านจะได้ช่วยตรวจสอบว่าสารอาหารเพียงพอต่อโรคของผู้ป่วยหรือไม่